Blog

รักแบบไหนถึงเรียกว่ารักแท้

หนุ่มสาวที่ครองรักกันแล้วต้องการจะก้าวไปให้ถึงรักแท้ ขอแนะนำว่า จงรักด้วยสมอง แต่อย่าให้รักขึ้นสมอง รักด้วยสมองคือรักด้วยปัญญา แต่รักขึ้นสมองก็คือรักด้วยอารมณ์ นอกจากนั้นแล้วควรเรียนรู้ที่จะพัฒนาความรักให้ก้าวไปทีละขั้นทีละขั้นจนไปถึงรักแท้ เริ่มจาก รักตัวกลัวตาย รักใคร่ปรารถนา รักเมตตาอารี ไปจนถึงรักมีแต่ให้ ถ้าพัฒนาความรักไปทีละขั้นเหมือนเดินขึ้นบันใดไปแบบนี้ ในที่สุดก็จะสามารถพัฒนาจากรักธรรมดาจนไปถึงรักแท้ได้ ย้ำชัดๆ อีกครั้งหนึ่งว่า จงรักด้วยสมอง แต่อย่ารักจนขึ้นสมอง

แอบรักคนมีเจ้าของผิดหรือไม่. การแอบรักคนมีเจ้าของผิดหรือไม่ ถ้าผิดเราจะมีวิธีตัดใจอย่างไรเรื่องนี้พระพุทธองค์ทรงตอบเอาไว้ว่า

  1. เขาเป็นคนที่มีเจ้าของ
  2. เราก็รู้อยู่แล้วว่าเขามีเจ้าของ
  3. เรามีจิตที่ระเมิด
  4. เราลงมือระเมิดสำเร็จ

ถ้าเราทำครบทั้ง 4 ประการ ถือว่าเราผิดแน่นอน ผู้เขียนอยากจะสรุปวิธีทำใจง่ายๆ ให้จำกันไว้ว่า สุขจากการละเมิดคนมีเจ้าของเป็นของชั่วคราว แต่ให้ความปวดร้าวที่แสนยาวนาน

มีชู้หรือมีกิ๊ก บาปเท่ากันไหม. วัยรุ่นไทยถามอยู่บ่อยครั้งว่าระหว่างกิ๊กกับชู้พฤติกรรมไหนจะบาปมากกว่ากัน ก็ขอตอบว่า ทั้งกิ๊กและชู้ต่างก็พฤติกรรมที่บาปด้วยกันทั้งคู่ เพราะไม่ว่าจะกิ๊กและทั้งชู้ต่างก็เป็นพฤติกรรมที่บาปด้วยกันทั้งคู่ เพราะไม่ว่าจะกิ๊กหรือชู้ต่างก็คือพฤติกรรมที่ละเมิดความสงบสุขของคู่รัก ของคู่ควง และของคู่ครองเช่นกัน เปรียบเสมือนเรามีงูเห่าอยู่ตัวหนึ่ง แล้วเปลี่ยนชื่องูเห่านั้นว่างูกิ๊ก แม้จะเปลี่ยนชื่อเป็นงูกิ๊กแต่คุณสมบัติของงูเห่าพิษยังอยู่ครบความข้อนี้ฉันใด ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนชื่อจากชู้เป็นกิ๊ก แท้ที่จริงก็เป็นอันตรายและเป็นบาปด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นควรจะรักเดียวใจเดียวและหลีกเลี่ยงทั้งพฤติกรรมชู้และพฤติกรรมกิ๊ก เพราะที่ใดมีชู้ที่นั้นมีช้ำ ที่ใดมีกิ๊กที่นั้นมีกรรม

รับมือกับอาร์ตตัวแม่. การที่คุณจะเข้าใจใครสักคนหนึ่งจะต้องศึกษาคนคนนั้นอย่างลึกซึ้งเพราะว่า สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นด้วยตา คำสำคัญไม่อาจฟังด้วยหูดังนั้นวิธีการศึกษาคนอย่างลึกซึ้งเพื่อที่จะได้รู้จักเขาทุกแง่ทุกมุมก็คือ

  1. อยากรู้จักปัญญา ต้องศึกษาจากการสนทนา
  2. อยากรู้นิสัย ต้องศึกษาจากการอยู่ร่วม
  3. อยากรู้จักความรู้ความสามารถ ต้องศึกษาจากการทำงาน
  4. อยากรู้จักกำลังใจ ต้องรอพิสูจน์เรื่องราวที่เกิดจากวิกฤตการณ์
  5. อยากรู้จักความภักดี ต้องศึกษาในคราวที่ตนเองกำลังตกต่ำ

ถ้าคุณศึกษาคนจากสถานการณ์ทั้ง 5. จนครบถ้วน คราวนี้ไม่ว่าจะเป็นอาร์ตตัวพ่อหรืออาร์ตตัวแม่ก็ไม่ยากเกินที่จะเข้าใจ

หักอกคนอื่นบาปหรือไม่. การหักอกคนอื่นจะถือว่าบาปหรือไม่บาปก็ต้องพิจารณาจากเจตนารมณ์เป็นสำคัญ ถ้าคนใดคนหนึ่งผูกสมัครรักใคร่กับใครคนหนึ่ง แล้ววางเจตนารมณ์ไว้ตั้งแต่ต้นว่า เมื่อสมปรารถนาแล้วก็จะผละจากเขาไป การที่วางเจตนาเอาไว้แต่ต้นเช่นนี้ เมื่อหักอกเขาก็เท่ากับว่าเรานั้นเป็นบาปเต็มประตู แต่ถ้าลองคบกันไป เรียนรู้กันไปได้สักพักใหญ่แล้วในที่สุดก็ได้บทสรุปว่า ถึงอย่างไรเราก็ไปกันไม่ได้ จึงเลิกร้างห่างเหินกันไป ในกรณีนี้ถือว่าไม่เป็นบาป ฉะนั้นต้องใช้วิจารณญาณอย่างถ้วนถี่อยากจะย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ก่อนเลือกคู่ครอง ก่อนเลือกคู่รัก จงลืมตาทั้งสองข้าง แต่เมื่อเลือกไปแล้วจงปิดตาเสียข้างหนึ่ง